ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยนะครับ
หนาวจากไป ร้อนกับฝนเข้ามาแทนที่
ยังไงก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ Embarassed
 
เชื่อว่าทุกๆ คนคงมีเพลงที่คุ้นหู เวลาพบเจอใคร อะไร หรือสภาพแวดล้อมแบบไหน
จะนึกถึงเพลงๆ นั้นขึ้นมา
อาจจะเป็นเพลงเก่าที่เคยฟังมานาน หรือเป็นเพลงใหม่ฮิตติดหูก็ตามแต่...
 
สำหรับผม ซึ่งชอบฟังเพลงแนว JPop / JRock
พอแว่วเสียงฝนตก ก็เหมือนจะได้ยินเพลงนี้คลอขึ้นมาข้างหูครับ
คือเพลง "Saigo no Ame" (สายฝนหยาดสุดท้าย)
ทั้งจังหวะ ทั้งทำนอง ทั้งเนื้อหา ถูกใจผมมากมาย Surprised
ต้นฉบับร้องโดย Nakanishi Yasushi
เพลงนี้ได้ถูกร้องไว้หลาย version มีการมา cover โดยศิลปินหลายคน
(แต่ผมได้ฟังครั้งแรก ไม่ใช่ version ดั้งเดิมหรอกฮะ เป็นที่ Koda Kumi มา cover)
และก็เหมือนจะเป็นเพลงฮิตเพลงนึงในคาราโอเกะเลยล่ะ
เพราะลองค้นดูใน youtube แล้ว มีแฟนๆ ร้องเองแยะไปหมด
ลองเลือกมาเฉพาะ version ที่ผมชอบนะครับ ลองฟังกันดู Smile
 
 
Original version โดย Nakanishi Yasushi
 
 
version EXILE ร้องในคอนเสิร์ต ATSUSHI Live ~The Roots~
 
 
 
สำหรับ version Koda Kumi หาใน youtube ไม่เจอแบบที่ต้องการ ลอง d/l ไปฟังแทนละกันครับ
รับรองว่าได้คนละอารมณ์กับสองหนุ่มข้างบน
 
เนื้อร้อง Romanji + แปลไทย
(ผู้แต่งใช้อธิพจน์ตลอดทั้งเพลง ถ้าผมแปลผิดพลาดไป ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้จ้า Surprised)
 
Saigo no Ame
สายฝนหยาดสุดท้าย
Sayonara tsubuyaku kimi ga
Boku no kasa nokoshite kakedashite yuku
Kanashimi furidasu machijuu ga giniro ni kemutte
Kimi dake kesenai
Saigo no ame ni nurenai you ni
Oikakete tada dakiyose
Hitomi tojita
เธอพร่ำคำลา
แล้วจากไป โดยทิ้งร่มของฉันไว้
ความโศกเศร้าดั่งสายฝนพรั่งพรูลงมา ปกคลุมเมืองไว้ในหมอกสีเงิน
แต่ฉันก็มิอาจลบเธอออกจากใจ
เพื่อให้เธอไม่ต้องเปียกปอนภายใต้สายฝนหยาดสุดท้ายนี้
ฉันจึงวิ่งตามเธอไปและกอดเธอไว้
แล้วฉันก็หลับตาลง
Honki de wasureru kurai nara
Nakeru hodo ai shitari shinai
Dareka ni torareru kurai nara
Tsuyoku daite kimi wo kowashitai
ถ้าเพียงเพื่อจะถูกลืม
ฉันจะไม่รักใครสักคนมากจนต้องร้องไห้มากขนาดนี้
หรือถ้าเธอต้องมนต์ของใครอยู่
ฉันอยากจะกอดเธอให้แน่นจนแหลกสลายในอ้อมกอดนี้เลย
Hodoita kami wo hirogete
Boku no yoru tsutsunda yasashii hito sa...
Fuan na nami ni sarawareru suna no shiro kowakute
Dareka wo motometa no?
Tsuyogari dake wo oboesaseta ne
Hohoemi wa mou futari no yume wo minai
เธอปล่อยผมให้สยายออก
และโอบอุ้มค่ำคืนของฉันไว้ ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน
ต่อเมื่อคลื่นแห่งความกังวลได้พัดพาให้ปราสาททรายพังทลาย
เธอถวิลหาผู้ใดฤๅ?
ที่ย้ำอยู่เสมอให้เข้มแข็งเข้าไว้
รอยยิ้มของเธอก็ไม่ได้มีความฝันของสองเราอีกต่อไป
Honki de wasureru kurai nara
Nakeru hodo ai shitari shinai
Sayonara wo itta kuchibiru mo
Boku no mono sa kimi wo wasurenai
ถ้าเพียงเพื่อจะถูกลืม
ฉันจะไม่รักใครสักคนมากจนต้องร้องไห้มากขนาดนี้
ริมฝีปากเธอที่เอ่ยคำลานั้น
ก็เป็นของฉัน ฉันไม่อาจลืมเธอได้เลย
Ashita no kimi wo sukueru ai wa
Boku ja nai demo
Kono mama mitsumete iru
แม้ความรักที่ช่วยประคับประคองเธอในวันพรุ่งนี้
จะไม่ใช่ความรักของฉัน
แต่ฉันจะยังคงเฝ้ามองแต่เธอเรื่อยไปเช่นนี้
Kotoba ni dekinai no ga ai sa
Kotoba dewa kimi wo tsunagenai
Yukiba nai ai ga tomaranai
Kasa wo sutete ame wo miageteta
ฉันไม่อาจบรรยายความรักออกเป็นคำพูดได้
คำพูดนั้นก็ไม่อาจสื่อถึงเธอได้
แม้รักนี้จะไม่มีที่ไป แต่ก็จะไม่หยุดรัก
ฉันปาร่มทิ้งไป แล้วเงยหน้ารับสายฝน
Honki de wasureru kurai nara
Nakeru hodo ai shitari shinai
Dareka ni torareru kurai nara
Tsuyoku daite kimi wo kowashitai
ถ้าเพียงเพื่อจะถูกลืม
ฉันจะไม่รักใครสักคนมากจนต้องร้องไห้มากขนาดนี้
หรือถ้าเธอต้องมนต์ของใครอยู่
ฉันอยากจะกอดเธอให้แน่นจนแหลกสลายในอ้อมกอดนี้เลย
****************************
entry หน้าตั้งใจว่าจะแปะ review ใหม่ๆ บ้างครับ
(ถึงจะบอกว่าใหม่ แต่ก็ถ่ายทิ้งไว้หลายเดือนแล้วแหละ แค่ยังไม่เคยลงที่บอร์ดไหนมาก่อนเท่านั้นเอง Foot in mouth)
皆さん, またね~ OAO/

edit @ 2 Mar 2011 01:39:15 by HEXA

my review #001: SIF EX - Velvet [Odin Sphere]

posted on 22 Feb 2011 16:25 by hexapom in myhobbies
ระหว่างที่ยังไม่มีไอเดีย/วัตถุดิบ update blog ก็ขอแปะ review เก่าไปพลางก่อนครับ
review Velvet นี้ถ่ายตั้งแต่เดือน พ.ค. 2010 เป็น review ครั้งแรกในชีวิตของผมเลย
พอมาดูตอนนี้แล้ว น่าอับอายมาก Tongue out (ถึงตอนนั้นจะรู้สึกว่าพยายามถ่ายออกมาเต็มที่แล้วก็เหอะ)
มีเบลอ สีเพี้ยน โฟกัสพลาด อยู่หลายภาพ
แต่ข้อดีอย่างนึงก็คือ ทำให้ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองบ้าง (สำหรับท่านที่เคยดูแล้วแนะนำให้ผ่าน entry นี้ไปเลยจ้า~)
ในอนาคตถ้าได้อัพกล้องเป็น D-SLR แล้ว ก็จะเอา Velvet มาเป็นนางแบบถ่ายใหม่ครับ OAO/

 

เวทเว็ท (Velvet)

สมญา: แม่มดแห่งเอลริท (Elrit) / องค์หญิงไร้แผ่นดิน
velvet00

เวทเว็ทเป็นคาแรคเตอร์จากเกมโอดีนสเฟียร์ (Odin Sphere) เกมแนว 2D Action/RPG ของค่าย Atlus ที่ผลิตให้ PS2 เมื่อปี 2007 โดยในเกมจะแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 5 บทที่มีตัวเอกแตกต่างกัน ซึ่งเนื้อเรื่องแต่ละบทจะเชื่อมต่อหรือทับซ้อนกัน (ดราม่าทุกบท) นั่นหมายความว่า ตัวเอกในบทหนึ่งอาจจะเป็นตัวร้ายในอีกบทหนึ่งได้ (พอเล่นจบทั้ง 5 บท จะมีบทที่ 6 และก็ 7 ตามมา)

เอกลักษณ์ของเกมนี้คือ ตัวเอกทุกคนจะมี Psypher (ไซเฟอร์) เป็นอาวุธที่มีลักษณะเป็นคริสตัลที่สามารถดูดซับ Phozons (โฟซันส์) ซึ่งก็คือพลังงานที่จะถูกปล่อยออกมาจากศัตรูที่จัดการไปได้เมื่อดูดซับโฟซันส์เอาไว้แล้ว ไซเฟอร์ก็จะมีพลังเพิ่มขึ้น (level up) สามารถทำ damage ได้มากขึ้น และใช้เวทมนต์ใหม่ๆ ได้
ในกรณีของเวลเว็ท เธอจะใช้อาวุธที่เรียกว่ากราฟริล (Graveryl) ซึ่งเป็นโซ่ที่มีไซเฟอร์สีแดงอยู่ที่ปลายทั้ง 2 ด้าน เวลาใช้งานก็คล้ายๆ กับแส้
velvet01
  
เนื้อเรื่องของเวทเว็ท:
บทของเวทเว็ทคือ บทแห่งศรัทธา (Fate)
เริ่มต้นที่องค์หญิงเวทเว็ทกับองค์ชาย Ingway (อิงเวย์) สองพี่น้องผู้รอดพ้นคำสาปจากราชอาณาจักรวาเลนไทน์ (Valentine) ที่ถูกทำลาย และหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ป่าเอลริท ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสมญาของเธอ "แม่มดแห่งเอลริท"
เวทเว็ทเป็นธิดานอกสมรสระหว่างมารดาที่เป็นองค์หญิงแห่งวาเลนไทน์กับกษัตริย์โอดีน เธอจึงเกลียดชังโอดีนมากด้วยเชื่อว่าพระองค์ล่อล่วงมารดาของเธอ
เป้าหมายของเวทเว็ทคือการรวบรวมคำพยากรณ์เพื่อยับยั้งวันสิ้นโลก (Armageddon)
เนื้อเรื่องบทของเธอจบลงตรงที่ อิงเวย์พี่ชายฝาแฝดจอมซิสค่อนได้กลายร่างเป็นดาร์โคว่า (Darkova) สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายเซอร์บีรัส เพื่อปลงพระชนม์กษัตริย์โอดีน และเมื่อเธอจำใจต้องกำจัดพี่ชาย กลับกลายเป็นการเติมเต็มคำพยากรณ์สุดท้าย อันนำไปสู่จุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลก...

ข้อมูลฟิกเกอร์:

Velvet
จากเรื่อง: Odin Sphere
ผู้ผลิต: Yamato
ไลน์: !StoryImageFigure! Extra (SIF EX)
ผู้ปั้น: Bubba
วัตถุดิบ: PVC / ABS
ขนาด: 1/6 (ประมาณ 260 ม.ม.)
วางจำหน่าย: มี.ค. 2010 (และล็อตสองมีกำหนดออก ส.ค. 2010)
ราคา: 9,800 เยน
* ฟิกเกอร์ Velvet ได้รับการเสนอชื่อเข้าประกวด Best Figure Awards (BeFA) 2011 ด้วยนะครับ
 
 
รอบๆ กล่อง:

มีบอกวิธีใส่ตัวยึดโซ่ไว้ที่ลิ้นในกล่อง

 
ข้างในประกอบด้วยแพ็คพลาสติก 2 ชั้น เป็นตัวฟิกชั้นนึง และฐานกับโซ่อีกชั้นนึง

ฐานครับ เก๋ดี เป็นรูปดาว

กราฟริล

ที่ปลายสองข้างมีไซเฟอร์ติดอยู่ อาวุธหลักของเวลเว็ทครับ

รายละเอียดตัวฟิกเกอร์:
 
สมดุลตัวฟิกดีมาก ขนาดไม่ใส่ฐานก็ยืนได้สบายๆ ครับ

อ่ะใส่ฐานละ

ท่าเบสิคหมุนรอบตัว

ซูมเป็นส่วนๆ ไปบ้าง

อันนี้ลองยิงแฟลชใส่ ได้ภาพมืด เลยเอามาแต่งต่อนิดหน่อยครับ

เช็คส่วนอื่นๆ บ้าง

หน้าอกหน้าใจ... >///<

 

มือนี้ที่รูปต้นแบบถ่ายออกมาสวยซึ้งจนหลงรัก ของจริงไม่สวยขนาดนั้น แต่ก็ยังจัดว่าสวยอยู่ครับ

ไซเฟอร์คริสตัลแดง
 
กระโปรงสามารถถอดออกได้... แต่ถอดยากพอสมควร เพราะช่วงโค้งจะติดสะโพกพอดีครับ
ไม่อยากดึงเข้าออกบ่อยๆ เดี๋ยวสีลอกติดจะเซ็งสะบะละเฮ่
 
รูปหลังถอดกระโปรงถือว่า rate 15+ เพราะงั้น... ตัดออก ไม่แปะครับ Kiss

ฟรีสไตล์:

 

รวบรวมคำพยากรณ์ เพื่อยับยั้งวันสิ้นโลก

ถ่ายคู่ดอกไม้(ปลอม)มั่ง

 
 

 

 

ลองใส่ effect noise ดู
 
 
 
 
 
thanks to:
 - Sony Cybershot DSC-T100 กล้องคู่ใจ
Wikipedia สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
- PhotoScape ที่พึ่งสำหรับคนไม่ถนัด Photo Shop อย่างผม Surprised

edit @ 22 Feb 2011 18:59:45 by HEXA

edit @ 2 Mar 2011 00:23:14 by HEXA

อืม... หลังจากเคยคิดว่าจะทำ blog ของตัวเองดูบ้าง

นับจากที่เริ่มคิด ก็ผ่านไปราว 5 ปีได้แล้วฮะ (ฮา)  Undecided

ประจวบเหมาะว่าเกิดไอเดียจะลองเอา blog ไปปรับใช้สนับสนุนงานที่ทำดู

ก็เลยสร้าง blog ตัวเองมาลองของซะก่อนเลยดีกว่า Surprised

สำหรับ blog ของผมนี้ เนื้อหาหลักๆ ก็จะแบ่งออกเป็นสองส่วน

คือ my life กับ my hobbies อย่างที่โปรยไว้บนหัว blog นั่นล่ะครับ

my life จะเป็นเรื่องนานาจิปาถะที่ได้ประสบพบเจอในชีวิตประจำวัน ด้วยตัวเองหรือคนรู้จักเล่าสู่กันฟังมาอีกที สรุปง่ายๆ ก็เหมือนไดอารี่ปกติน่ะแหละ Cry

my hobbies นี่จะว่าด้วยงานอดิเรกต่างๆ ของผมเองครับ ก็ได้แก่ สะสม/รีวิวฟิกเกอร์ เล่นเกม ดูฟุตบอล ดูอนิเม อ่านหนังสือ/มังกะ/นิยาย ฟังเพลง ฯลฯ (อาจมีเพิ่มหรือลดได้ในอนาคต) Kiss

ก็ขอออกตัวก่อนว่าคงไม่ได้อัพเดต blog บ่อยๆ (อาจจะมีบ่อยช่วงแรกๆ แหละทีเห่อ ฮ่าๆ)

ปกติจะประจำอยู่ที่ FB มากกว่าครับ ตามหาที่นี่ไม่เจอก็ไปตามที่นั่นได้

และ blog นี้คงจะรอวันคลอดอีกนานหลายเดือน (เพราะความอ่อนหัดของผมเอง) ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากท่านแก๊ป ชาบู ชาบูว์~~ อูราาาาา Surprised

ก็เอาเป็นว่า ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วยครับ OAO/

 

====================================

intro ด้านบนไปแล้ว ประเดิม entry แรกด้วย

my dish - มื้อเย็นวันที่ 20 ก.พ. 54

มื้อนี้ที่บ้านวางแผนไว้ว่าจะไม่ออกไปทานที่ไหนและจะไม่ทานข้าวกัน ก็เลยซื้อวัตถุดิบมาเตรียมย่างกันเองไว้แล้วครับ

BBQ หมู + น้ำจิ้มสูตรเด็ด (ปรุงเอง)

ในจานคือปริมาณสำหรับทานห้าคนครับ ใครไม่อิ่มก็ไปย่างเพิ่มเอา

my dish 11/02/20

วัตถุดิบก็พื้นๆ เนื้อหมู พริกหวาน หอมหัวใหญ่ สับปะรด

my dish 11/02/20 (2)

อร่อยถูกใจคนทำเองหม่ำเองแหละ แต่น้ำจิ้มรู้สึกจะเผ็ดไปนิด แสบปากหน่อยๆ เลยทีเดียว  Foot in mouth

ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศจำเจได้ดีเหมือนกัน ถึงจะเหม็นหัวตอนยืนย่างไปหน่อยก็เหอะ

หม่ำๆ หมดไม้ไป บางทีมีเลี่ยน ก็ได้สับปะรดปิ้งหวานๆ แก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดีครับ Embarassed

มื้อหน้าจะหม่ำอะไรดีน้า~~ OAO?